Implant In Esthetic Zone
รากฟันเทียมในตำแหน่งความสวยงาม

การสูญเสียฟันหน้านอกจากส่งผลกระทบต่อการบดเคี้ยวแล้ว ยังทำลายความมั่นใจและภาพลักษณ์โดยรวมของผู้ป่วย การทดแทนฟันในบริเวณนี้ด้วยรากฟันเทียมจึงเป็นการบูรณะรอยยิ้มให้กลับมาเป็นธรรมชาติ สร้างความมั่นใจกลับมาอีกครั้งให้ผู้ป่วย อย่างไรก็ตามการให้การรักษาในตำแหน่งนี้จำเป็นต้องอาศัยความรู้และการวางแผนที่ดีเพื่อให้การรักษาประสบผลสำเร็จ

ภาพแสดงการสูญเสียฟันในตำแหน่งความสวยงาม
ความท้าทายของรากฟันเทียมในตำแหน่งความสวยงาม

บริเวณฟันหน้ามีความซับซ้อนมากกว่าฟันกรามเนื่องจากต้องประสบความสำเร็จใน 3 มิติ ได้แก่:

  1. ความสวยงามของตัวฟัน (White Esthetics)  ฟันที่ใส่บนรากเทียมต้องมีขนาด รูปร่าง สี และพื้นผิวที่กลมกลืนกับฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง ดูเป็นธรรมชาติ
  2. ความสวยงามของเหงือก (Pink Esthetics)  เหงือกที่โอบรอบครอบฟันต้องมีรูปร่างและสีสันสวยงาม  มีระดับขอบเหงือกกลมกลืนกับฟันข้างเคียง ไม่มีช่องว่างสามเหลี่ยมสีดำ (Black Triangle)
  3. ความมั่นคงของกระดูก  กระดูกในบริเวณฟันหน้ามักจะบางกว่าฟันกราม จึงจำเป็นต้องมีการคงสภาพกระดูกหลังถอนฟันหรือมีการเสริมกระดูกเพิ่มเติมที่เหมาะสม
ภาพแสดงฟันในตำแหน่งความสวยงาม
หลักการวางแผนการรักษาและขั้นตอนการรักษา

การใส่รากฟันเทียมในตำแหน่งความสวยงามจะใช้แนวคิดที่เรียกว่า Prosthodontic Driven Implant คือการวางแผนตำแหน่งรากเทียมโดยยึดตำแหน่งของครอบฟันเป็นหลัก โดยมีขั้นตอนคือ

  1. การตรวจ วินิจฉัยและวางแผนการรักษาด้วยระบบดิจิทัล
    • การถ่ายภาพรังสี 3 มิติ ใช้เพื่อประเมินความหนาของกระดูก ตำแหน่งของโพรงจมูก ตำแหน่งของฟันข้างเคียง และการจำลองตำแหน่งของรากเทียมที่เหมาะสมที่สุด
    • Digital Smile Design (DSD) ใช้เพื่อออกแบบรอยยิ้ม และกำหนดขนาดของครอบฟันใหม่ ให้เข้ากับรูปหน้าและฟันเดิมของผู้ป่วย
    • Surgical Guide  เป็นการใช้แนวนำทาง 3 มิติที่สร้างจากระบบดิจิทัล เพื่อช่วยให้การฝังรากฟันเทียมเป็นไปอย่างแม่นยำตามแผนที่วางไว้
  2. เทคนิคการจัดการเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูก
    เนื่องจากกระดูกและเหงือกมักจะละลายตัวหลังการถอนฟัน ทันตแพทย์จึงอาจต้องใช้เทคนิคพิเศษร่วมด้วยดังต่อไปนี้

    • การคงสภาพเบ้าฟัน (Socket Preservation)  ในกรณีเป็นการถอนฟันใหม่ อาจทำการปลูกกระดูกและเหงือกทันที เพื่อป้องกันการละลายของกระดูกก่อนการปลูกรากเทียม
    • การปลูกกระดูกและเหงือก (Bone & Soft Tissue Grafting)  หากกระดูกมีไม่เพียงพอ อาจต้องมีการปลูกกระดูกหรือปลูกเหงือกบริเวณรอบรากฟันเทียม เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้อเยื่อที่สวยงามและแข็งแรง
  3. การใส่ครอบฟันชั่วคราว (Provisional Restoration)
    ในระหว่างที่รอกระดูกยึดติดกับรากเทียม (ประมาณ 3-6 เดือน) คนไข้จะมีครอบฟันใส่ชั่วคราวโดยมีวัตถุประสงค์ คือ

    • รักษารอยยิ้มและความมั่นใจ  เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
    • สร้างรูปร่างของเหงือก  ครอบฟันชั่วคราวจะถูกออกแบบให้กดที่เหงือกเบาๆ เพื่อปรับแต่งรูปร่างของเหงือกให้สวยงาม
  4. การทำครอบฟันถาวร
    ครอบฟันที่ใช้ในพื้นที่ความสวยงามมักทำจาก เซรามิกล้วน (All-Ceramic เช่น Zirconia หรือ E-max) ที่มีความโปร่งแสง (Translucency) ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด โดยมีการปรับแต่งสีและรูปร่างอย่างละเอียดเพื่อให้เข้ากับฟันซี่อื่น ๆ ของคนไข้
ข้อดีของการทำรากฟันเทียมในพื้นที่ความสวยงาม
  • มีความสวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด  ให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม  กลมกลืนกับฟันธรรมชาติมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการใส่ฟันชนิดอื่น
  • คงสภาพกระดูกและเหงือก  ช่วยรักษารูปหน้าและป้องกันการยุบตัวของกระดูกและเหงือกบริเวณฟันหน้าที่ส่งผลต่อความสวยงาม
  • ความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน   มีความแข็งแรงและบดเคี้ยวได้อย่างมั่นคง
  • ไม่ทำลายฟันข้างเคียง   ไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน
รายงานผู้ป่วย: กรณีศึกษารากฟันเทียมในตำแหน่งความสวยงาม

ข้อมูลผู้ป่วย:
          ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 65 ปี อาชีพเกษียณอายุราชการ
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน:
          ผู้ป่วยมาด้วยอาการสำคัญคือได้รับอุบัติเหตุบริเวณฟันหน้าบนและฟันตัดกลางด้านซ้ายบนถูกกระแทกจนหลุดออกเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ปัจจุบันใส่ฟันปลอมชั่วคราว
ประวัติทางการแพทย์:
          ผู้ป่วยปฏิเสธโรคประจำตัว  ไม่มีประวัติแพ้ยา หรือมีโรคที่มีผลต่อการหายของกระดูก
การตรวจทางคลินิกและภาพรังสี:
          การตรวจในช่องปาก:
           สันเหงือกบริเวณซี่ 21 มีลักษณะรูปร่างตัวยู มีการละลายของสันเหงือกในแนวนอนเล็กน้อย

ภาพแสดงลักษณะสันเหงือกบริเวณซี่ 21

          ภาพรังสี CBCT (Cone Beam Computed Tomography): พบว่าตำแหน่งซี่ 21 มีกระดูกด้านริมผีปากแตกเป็นรูปตัว V ส่วนกระดูกทางด้านเพดานยังอยู่ครบปกติ

ภาพแสดงลักษณะ 3 มิติบริเวณซี่ 21

การวินิจฉัย:
          21 V-shaped facial bone defect
แผนการรักษา:
          หลังจากอธิบายทางเลือกในการรักษา เช่น การทำฟันปลอมใหม่ การทำสะพานฟันแบบติดแน่นและการใส่รากฟันเทียมให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงข้อดี ข้อเสีย และค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยตัดสินใจเลือกการรักษาด้วยใส่รากฟันเทียมเพื่อให้ได้การบูรณะที่แข็งแรงและสวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด
          ขั้นตอนที่ 1: ซักประวัติ ตรวจภายนอกและภายในช่องปาก ทำการ Oral scanning และเอกซเรย์ 3 มิติเพื่อวางแผนการรักษา  ออกแบบรอยยิ้ม (DSD) และออกแบบแนวนำทาง 3 มิติ
          ขั้นตอนที่ 2: ผ่าตัดฝังรากฟันเทียมตำแหน่งซี่  21 โดยใช้แนวนำทาง 3 มิติ จากนั้นปลูกกระดูกเสริมและใส่ครอบฟันชั่วคราวที่เตรียมไว้ในห้องปฏิบัติการ

ภาพแสดงครอบฟันชั่วคราวซี่ 21

          ขั้นตอนที่ 3: รอการติดแน่นของรากฟันเทียมกับกระดูก (Osseointegration) ประมาณ 3 เดือน จากนั้นปรับแต่งรูปร่างของครอบฟันชั่วคราวเพื่อให้ได้รูปร่างฟันและเหงือกที่สวยงามกลมกลืนกับฟันข้างเคียง

ภาพแสดงรูปร่างของเหงือกหลังปรับแต่งด้วยครอบฟันชั่วคราว

          ขั้นตอนที่ 4: เลือกสีฟันและทำการพิมพ์ปากเพื่อทำครอบฟันถาวร
          ขั้นตอนที่ 5: ใส่ครอบฟันถาวร  ประเมินความสวยงามและการสบฟันจนเป็นที่พอใจของผู้ป่วยแล้วจากนั้นทำการยึดครอบกับรากฟันเทียมด้วยแรง 30 Ncm ปิดทับรูสกรูด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน  ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาและการทำความสะอาด

ภาพแสดงครอบฟันถาวรซี่ 21

การติดตามการรักษา:
          มีการนัดผู้ป่วยมาตรวจติดตามผลการรักษาทุกสัปดาห์จนกระทั่งผู้ป่วยใช้งานได้ปกติ จากนั้นจึงนัดผู้ป่วยกลับมาคงสภาพทุก 6 เดือน

บทสรุป:

การทำรากฟันเทียมในตำแหน่งความสวยงาม เป็นการบูรณะรอยยิ้มให้กลับมาเป็นธรรมชาติ สร้างความมั่นใจกลับมาอีกครั้งให้ผู้ป่วย ซึ่งเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาอื่นๆ อย่างไรก็ตามการให้การรักษาในตำแหน่งนี้จำเป็นต้องอาศัยความรู้และการวางแผนที่ดีเพื่อให้การรักษาประสบผลสำเร็จ มีความสวยงามและสามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์